ผศ. ดร.พรรษา ลิบลับ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เข้ารับถ้วยรางวัลประเภท Silver Award จากรองนายกรัฐมนตรี พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง ภายในงานมหกรรมวิจัยแห่งชาติ 2562สำหรับนิทรรศการผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ที่จัดแสดงในปีนี้คือ ผลงานวิจัยเรื่อง "นวัตกรรมถนนอย่างยั่งยืน" โดย ศ. ดร. สุขสันติ์ หอพิบูลสุข อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมโยธา สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ นวัตกรรมถนนอย่างยั่งยืน ผลงานของ ศ. ดร.สุขสันติ์ หอพิบูลสุข เป็นการพัฒนาถนนที่มีความคงทนแข็งแรง สมรรถนะและอายุการใช้งานสูง ด้วยต้นทุนบำรุงรักษาที่ต่ำ ซึ่งประกอบด้วยวิศวกรรมผิวทางอย่างยั่งยืน และวิศวกรรมชั้นโครงสร้างอย่างยั่งยืน 

“วิศวกรรมผิวทางอย่างยั่งยืน” เป็นการพัฒนาผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตและคอนกรีต ให้มีความคงทนแข็งแรงและอายุการใช้งานที่ยาวนานการพัฒนาผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 การเติมสารผสมเพิ่ม (Additives) ได้แก่ 1) แอสฟัลต์คอนกรีตการเสริมเส้นใย โดยใช้เส้นใย Aramid ร่วมกับ Polyolefin เติมลงในแอสฟัลต์คอนกรีตเพื่อเพิ่มสมรรถนะของผิวทาง เส้นใย Aramid มีคุณสมบัติทนทานต่อความร้อน การฉีกขาด และสารละลายออร์แกนิค การใช้งานเส้นใย Aramid ร่วมกับ Polyolefin จะมีลักษณะการจัดเรียงตัวของโครงสร้างที่ดีในแอสฟัลคอนกรีต และยังส่งผลดีทางด้านเศรษฐศาสตร์เนื่องจากเส้นใย Polyolefin มีราคาถูก การเสริมเส้นใย Aramid และเส้นใย Polyolefin อัตราส่วน 60/40 ในปริมาณร้อยละ 0.05 ของน้ำหนักรวมของส่วนผสม สามารถปรับปรุง เสถียรภาพ (Marshall stability) แรงดึงทางอ้อม (Indirect tensile strength) โมดูลัสยืดหยุ่น (Resilient modulus) โมดูลัสความแกร่ง (Stiffness modulus) การยุบตัวถาวร (Permanent deformation) อายุความล้า (Fatigue life) และความต้านทานต่อการเกิดร่องล้อ (Pavement rutting resistance) ของแอสฟัลต์คอนกรีตที่ใช้โดยทั่วไป (AC60/70) ให้ดีขึ้น ซึ่งส่งผลให้อายุการใช้งานของผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตยาวนานขึ้น

2) แอสฟัลต์คอนกรีตปรับปรุงด้วยสารละลายโพลิสามารถทำได้ทั้งการใช้ยางธรรมชาติ ได้แก่ น้ำยางพารา ซึ่งเรียกว่า แอสฟัลต์คอนกรีตปรับปรุงด้วยยางธรรมชาติ (Natural rubber-modified asphalt, NRMA) และการใช้โพลิเมอร์สังเคราะห์ ซึ่งเรียกว่าแอสฟัลต์คอนกรีตปรับปรุงด้วยโพลิเมอร์ (Polymer-modified asphalt, PMA) การเติมสารละลายโพลิเมอร์ทั้งสองชนิดช่วยให้สมรรถนะและอายุการใช้งานของผิวทางสูงขึ้น ส่วนที่ 2 การปรับขนาดคละของมวลรวมในแอสฟัลต์คอนกรีต โดยการออกแบบด้วยวิธี AC Duopave ซึ่งใช้มวลรวมที่มีความหยาบพิเศษ เพื่อให้เกิดการเรียงตัวแบบ Stone to stone skeleton สามารถช่วยลดการเกิดร่องล้อเนื่องจากการเคลื่อนตัวของมวลรวมขณะรับน้าหนักกระทำซ้ำ แอสฟัลต์คอนกรีต AC Duopave มีความคุ้มค่าในการลงทุน โดยสามารถลดค่าใช้จ่ายการบำรุงรักษาผิวจราจรด้านความขรุขระได้ถึงสองเท่า และด้านรอยแตกได้ประมาณร้อยละ 20 เมื่อเปรียบเทียบกับแอสฟัลต์คอนกรีตมาร์แชล ซึ่งเป็นผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ใช้ในปัจจุบัน ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต AC Duopave มีประสิทธิภาพที่เหนือกว่าผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตมาร์แชล ทั้งในทางวิศวกรรมและเศรษฐศาสตร์ และสามารถใช้เป็นผิวทางจราจรทางเลือกที่ยั่งยืนของถนนทางหลวง

การพัฒนาผิวทางคอนกรีต ทำโดยการการเติมสาร Polyvinyl Alcohol (PVA) ในคอนกรีตในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มกำลังรับแรงดัดและความทนทานของคอนกรีต ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญยิ่งต่ออายุการใช้งาน นวัตกรรมเพื่อพัฒนาผิวทางให้มีความคงทนแข็งแรงมีการประยุกต์ใช้จริงกับถนนทางหลวงชนบท และหากนำมาประยุกต์ใช้จริงกับถนนทางหลวงชนบททุกเส้นของประเทศจะช่วยลดงบประมาณในการซ่อมบำรุงผิวทางได้มากถึง 4,400 ล้านบาทต่อปีส่วน “วิศวกรรมชั้นโครงสร้างทางอย่างยั่งยืน” ประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 การประยุกต์ใช้วัสดุเหลือทิ้งและกากอุตสาหกรรม เช่น เศษคอนกรีต เศษแก้ว เศษแอสฟัลต์คอนกรีต ตะกรันเหล็ก เถ้าลอย และกากแคลเซียมคาร์ไบด์ เป็นต้น เป็นวัสดุโครงสร้างทาง และส่วนที่ 2 การปรับปรุงวัสดุด้อยคุณภาพ/วัสดุเหลือทิ้งและกากอุตสาหกรรม เพื่อให้มีคุณสมบัติทางวิศวกรรมที่เหมาะสมสำหรับใช้เป็นวัสดุโครงสร้างทาง โดยปรับปรุงด้วย ปูนซีเมนต์ ปูนซีเมนต์ผสมยางอิมัลชั่น และจีโอพอลิเมอร์ ผลงานนี้ เป็นแนวทางสำหรับนักวิจัยและวิศวกร เพื่อประเมินความเหมาะสมในการประยุกต์ใช้วัสดุเหลือทิ้งและกากอุตสาหกรรมเพื่อใช้ในการก่อสร้างชั้นโครงสร้างทาง ซึ่งนอกจากจะช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมแล้วยังช่วยเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเหลือทิ้ง นอกจากนี้เทคโนโลยีการปรับปรุงวัสดุด้อยคุณภาพ/วัสดุเหลือทิ้งและกากอุตสาหกรรมที่สามารถหาได้ในท้องถิ่นเพื่อทดแทนวัสดุโครงสร้างทางจากแหล่งที่อยู่ห่างไกลและมีราคาสูง ยังช่วยลดงบประมาณในการขนส่งซึ่งส่งผลให้งบประมาณในการก่อสร้างถนนลดลง ผลงานทั้งสองเรื่องนี้ ได้ศึกษาร่วมกับกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ซึ่งหากนำมาประยุกต์ใช้จริงกับถนนทุกเส้นทางของประเทศจะช่วยลดงบประมาณของกระทรวงคมนาคมได้มากถึง 10,000 ล้านบาทต่อปี

 

อนึ่ง ผลงานวิจัยของ มทส. ได้รับรางวัลการประกวดนิทรรศการในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ มาแล้วจำนวน 3 ประเภทรางวัล ดังนี้
1.) Platinum Award จำนวน 4 ครั้ง คือ
ปี 2555 จากผลงานวิจัย “งานวิจัยเพื่อการเกษตร”
ปี 2556 จาก “ผลงานวิจัยเชิงประยุกต์ ด้านเศรษฐกิจ”
ปี 2560 จากผลงานวิจัย “มันสำปะหลังเพื่ออุตสาหกรรมอาหารและพลาสติกชีวภาพ” 
ปี 2561 จากผลงานวิจัย “เทคโนโลยีกล้องจุลทรรศน์สามมิติ และเครื่องพิมพ์สามมิติ เพื่อการประยุกต์ใช้ทางการแพทย์”
2.) รางวัล Gold Award จำนวน 2 ครั้ง คือ
ปี 2554 จากผลงานวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากร 
ปี 2559 จากผลงานวิจัยโคพันธุ์โคราชวากิว ให้เนื้อนุ่ม ไขมันแทรกสูง เพิ่มกำไรให้เกษตร
3.) รางวัล Silver Award จำนวน 2 ครั้ง คือ
ปี 2553 จากผลงานวิจัยสินค้าเกษตรและอาหารที่สร้างมูลค่าเพิ่ม
และล่าสุดปี 2562 จากผลงานวิจัย “นวัตกรรมถนนอย่างยั่งยืน”

 





บริษัท เฉินเจียนวันเจริญ จำกัด (KCTV) ติดต่อฝ่ายบุคคล โทร : 0-4420-5060 ต่อ 13
เลขที่ 100/16-17 ถ.มุขมนตรี ต.ในเมือง ติดต่อฝ่ายการตลาด โทร : 0-4420-5060 ต่อ 14
โทร: 0-4420-5060 ติดต่อฝ่ายแพร่ภาพ โทร : 0-4420-5060 ต่อ 21