เช้าวันนี้ ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ศูนย์นครราชสีมา นายจรัสชัย โชคเรืองสกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พ่อขุนรามคำแหงมหาราชเนื่องในวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช โดยมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่, คณะผู้พิพากษา, ข้าราชการฝ่ายตุลาการ, รองผู้ว่าราชการจังหวัด, ทหาร, ตำรวจ, ข้าราชการพลเรือน, รัฐวิสาหกิจ, ผู้นำท้องถิ่น และคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด ร่วมวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายเป็นราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ ในครั้งนี้ด้วย          

       ด้วยวันที่ 17 มกราคมของทุกปี เป็นวันประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งของปวงชนชาวไทย โดยเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงค้นพบศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ซึ่งได้ปรากฏเป็นหลักฐานที่สำคัญว่า “ชนชาวไทยได้มีศิลปวัฒนธรรม และประเพณีอันดีงามมาแต่โบราณกาล”  ในการนี้ คณะรัฐมนตรี จึงมีมติเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ.2553 กำหนดให้วันที่ 17 มกราคมของทุกปี เป็น “วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช” และเป็นวันรัฐพิธี จังหวัดนครราชสีมา จึงนำข้าราชการ ตำรวจ ทหาร และพลเรือนทุกหมู่เหล่า มาร่วมถวายราชสักการะในครั้งนี้ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย นับตั้งแต่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์พระร่วงสมัยกรุงสุโขทัย โดยทรงทำนุบำรุงปกครองบ้านเมืองด้วย พระเมตตาธรรมต่อไพร่ฟ้าอาณาประชาราษฎร์ ทรงยกเลิกจังกอบ ให้ประกอบอาชีพอย่างเสรี และทรงให้กรรมสิทธิ์ที่ดินทำกินแก่ประชาชน   

       นอกจากนี้ ยังทรงมีนโยบายกระชับมิตรกับดินแดนต่างๆทั้งใกล้เคียงและห่างไกล , ทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ดังปรากฏหลักฐานว่า ทรงจัดสร้างพระอารามทั้งในและนอกราชธานี รวมถึงสนับสนุนการเผยแผ่หลักธรรม-การสร้างศาสนวัตถุ  , ทรงประดิษฐ์อักษรไทย ขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.1826 อันถือเป็นต้นกำเนิดของอักษรไทยที่ใช้กันมาจนถึงปัจจุบัน และทรงสร้างสรรค์มรดกทางศิลปวัฒนธรรมสำคัญๆของชาติอย่างอเนกอนันต์ ส่วนพระราชประวัติของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช เสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติ เป็นกษัตริย์องค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์พระร่วง  ศักราชที่ปรากฏในศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง หรือศิลาจารึกสุโขทัย หลักที่ 1 คือ มหาศักราช 1205 หรือ พุทธศักราช 1826 ซึ่งเป็นปีที่พระองค์ได้ประดิษฐ์อักษรไทยขึ้นครั้งแรก ต่อมาในปี มหาศักราช 1207 หรือ พุทธศักราช 1828 ทรงสร้างพระมหาธาตุเมืองศรีสัชนาลัย หรือที่เรียกว่า พระเจดีย์ที่ วัดช้างล้อม ในปัจจุบัน และในปีมหาศักราช 1214 หรือพุทธศักราช 1835 โปรดให้สร้างแท่นหินชื่อ พระแท่นมนังคศิลาบาตร และสร้างศาลา 2 หลัง ชื่อศาลาพระมาส และพุทธศาลา ประดิษฐานไว้กลางดงตาล เพื่อเป็นที่ประทับว่าราชการ และทรงสั่งสอนข้าราชการและประชาชนในวันธรรมดา ส่วนวันอุโบสถโปรดให้พระสงฆ์นั่งสวดพระปาติโมกข์และแสดงธรรม จึงนับได้ว่า รัชสมัยของพระองค์รุ่งเรืองยิ่งกว่ารัชกาลใดๆในสมัยสุขโขทัย และทรงแผ่ขยายราชอาณาเขตไปกว้างขวาง ปกครองไพร่ฟ้าประชาชนให้อยู่เย็นเป็นสุข ดังคำที่ว่า "ไพร่ฟ้าหน้าใส" ส่วนการพาณิชย์ ก็เจริญก้าวหน้า และศิลปะวิทยาการ เจริญรุ่งเรืองตลอดรัชสมัย..





บริษัท เฉินเจียนวันเจริญ จำกัด (KCTV) ติดต่อฝ่ายบุคคล โทร : 0-4420-5060 ต่อ 13
เลขที่ 100/16-17 ถ.มุขมนตรี ต.ในเมือง ติดต่อฝ่ายการตลาด โทร : 0-4420-5060 ต่อ 14
โทร: 0-4420-5060 ติดต่อฝ่ายแพร่ภาพ โทร : 0-4420-5060 ต่อ 21